ทัวร์ญี่ปุ่น ตะลุยโตเกียว สัมผัสหอคอย TOKYO SKY TREE แช่ออนเซ็นเพื่อสุขภาพ

create : 2017-07-29 14:42:30  | 154 ดู

ราคาทัวร์และวันเดินทาง

บินตรง ดอนเมือง-นาริตะ / นาริตะ -ดอนเมือง เดินทางโดยเครื่องบิน BOEING 787-800 DREAMLINER (335 ที่นั่ง) ฟรีน้ำหนักกระเป๋าขาไป 20 กิโลกรัม และขากลับ 20 กิโลกรัม พักโรงแรม ระดับมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น พร้อมอาหารเช้า พักฟูจิ 1คืน และนาริตะ 2 คืน เที่ยวครบทุกไฮไลท์ วัดอาซากุสะ วนอุทยานฮาโกเน่ ล่องเรือโจรสลัด หุบเขาไข่ดำ โกเทมบะเอาท์เล็ท ถ่ายรูปแลนด์มาร์คแห่งใหม่โตเกียวสกายทรี พร้อมช้อปปิ้งกันแบบเต็มๆที่ย่านชินจูกุ อิ่มอร่อยวาไรตี้เมนูบุฟเฟต์ พร้อมขาปูยักษ์แบบฉบับของญี่ปุ่น พร้อมเปิดประสบการณ์การแช่ออนเซ็นเพื่อสุขภาพ (ONSEN) ในแบบฉบับของญี่ปุ่น

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์

สนามบินดอนเมือง – สนามบินนาริตะ

22.00
พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง อาคาร 1 เคาน์เตอร์ 5 สายการบิน SCOOT โดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกก่อนขึ้นเครื่อง

นาริตะ – วนอุทยานฮาโกเน่ – ล่องเรือโจรสลัด - หุบเขาไข่ดำ - โกเทมบะเอาท์เล็ท

00.45
ออกเดินทางสู่ เมืองนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น โดย สายการบิน SCOOT เที่ยวบินที่ TZ292 (บนเครื่องมีบริการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม) **ค่าทัวร์ไม่รวมอาหารบนเครื่อง**
08.50
เดินทางถึงสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง/ เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง)(กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อความสะดวกในการนัดหมาย) หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรญี่ปุ่น นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดคะนะงะวะ เมืองท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนเป็นจำนวนมากเป็นแหล่งรวมบ่อน้ำพุร้อนมากถึง17แห่ง จึงทำให้เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านการอาบน้ำแร่ จากนั้นนำท่าน “ล่องเรือโจรสลัด” (ใช้เวลาล่องประมาณ 10–15 นาที) ทะเลสาบอาชิ 1 ใน 5 ทะเลสาบที่อยู่ล้อมรอบภูเขาไฟฟูจิ พบและสัมผัสเรือแฟนตาซีโจรสลัดที่ประดับประดาและตกแต่งอย่างอลังการ ให้ท่านได้ชื่นชมความงามทะเลสาบอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น กับทัศนียภาพที่สวยงามดั่งภาพวาด“เสาโทราอิ”สัญลักษณ์อันโด่งดังกลางทะเลสาบอาชิ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (1) จากนั้นนำท่านชมหุบเขาโอวาคุดานิ หรือหุบเขานรกเป็นหุบเขาที่มีระดับความสูง 1,040 เมตร ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 พันปีก่อน และในปัจจุบันก็ยังเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ โดยด้านบนของหุบเขาจะมีควันสีขาวๆ พวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นด้านบนยังมีบ่อน้ำร้อนแร่กำมะถันที่มีความร้อนถึง 80 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถต้มไข่ให้สุกได้ และไข่ที่ต้มนั้นเมื่อสุกแล้วแกะเปลือกออก จะกลายเป็นไข่สีดำ ที่เชื่อกันว่าหากใครได้กินไข่ดำ 1 ฟอง จะมีอายุยืนขึ้นไปอีก 7 ปี นำท่านสู่แหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังที่ โกเทมบะ แฟคทอรี่ เอ้าท์เล็ต แหล่งรวมสินค้านำเข้าและสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นที่ดังไปทั่วโลกกว่า 165 แบรนด์ บนพื้นที่กว่า 400,000 ตารางฟุต พบกับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ล่าสุดอาทิ MK MICHEL KLEIN, MORGAN, ELLE, CYNTHIA ROWLEY ฯลฯ เลือกซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อดังได้ที่ร้านCOACH,BALLY, PRADA, GUCCI, DIESEL, GAP, ARMANI ฯลฯ หรือเลือกดูเครื่องประดับและนาฬิกาหรูอย่าง TAG HEURE, AGETE, S.T.DUPONT,TASAKI, LONGINES
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (2) SPECIAL: เมนูพิเศษวาไรตี้บุฟเฟ่ต์ พร้อมปูยักษ์ “มัตสึบะ” ปูน้ำเย็นแห่งเกาะฮอกไกโดที่ได้รับการกล่าวขานจากนักโภชนาการญี่ปุ่นว่าเป็นปูน้ำเย็นที่มีรสชาติอร่อยที่สุดให้ทุกท่านได้อิ่มอร่อยกันแบบไม่อั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOTEL MIFUJI หรือระดับเทียบเท่า ห้ามพลาด: เปิดประสบการณ์การอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพออนเซ็น (ONSEN) การอาบน้ำแร่ในแบบของ ญี่ปุ่น

ภูเขาไฟฟูจิ ชั้น 5 (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) –พิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหวโตเกียว – วัดอาซากุสะ ถ่ายรูปแลนด์มาร์คแห่งใหม่โตเกียวสกายทรี(ด้านหน้า) – ช้อปปิ้งชินจูกุ

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม (3) หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่สัญลักษณ์ของแดนอาทิตย์อุทัย “ภูเขาไฟฟูจิ” ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นมีความสูงราว 3,776 เมตร ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดชิซุโอะกะและจังหวัดยะมะนะชิซึ่งมีหิมะปกคลุมบนยอดเขาตลอดทั้งปีนำท่านขึ้น“สถานีที่ 5”ของภูเขาไฟฟูจิ บนระดับความสูงที่ 2,500เมตร (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ) ให้ทุกได้ได้สัมผัสทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกชมและซื้อ “สินค้าพื้นเมืองและขนมอร่อย”ตามอัธยาศัย หลังจากนั้นนำท่านเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ที่ Experience Earthquake พิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหว ท่านจะได้ทดสอบในบ้านจำลองแผ่นดินไหว รับการสั่นสะเทือนจากขั้นต่ำสุดสู่ขั้นสูงสุด และสนุกสานในการเรียนรู้ประสบการณ์ ในห้องจำลองแบบต่างๆท่านสามารถเลือกซื้อของฝากราคาถูกเช่น ขนม เครื่องสำอาง เครื่องไฟฟ้าได้จากที่นี่
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นเดินทางสู่ “วัดอาซะกุซ่าคันนอน”วัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว เป็นที่ประดิษฐานขององค์เจ้าแม่กวนอิม ที่ เป็นทองสัมฤทธิ์ ที่มีขนาดเล็กเพียง 5.5 ให้ท่านได้นมัสการขอพรจากเจ้าแม่กวนอิมและถ่ายภาพประทับใจกับ “โคมไฟขนาดยักษ์”และซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึกที่ “ถนนนาคามิเซะ”สินค้า MADE IN JAPAN แท้ๆ ให้ท่านได้เลือกซื้อร่ม, หมวก, รองเท้า, กระเป๋า, เสื้อผ้า เป็นต้น รวมทั้งขนมอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นตามอัธยาศัย จากนั้นนำทุกท่านถ่ายรูปกับแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงโตเกียวด้านหน้า หอคอยโตเกียวสกายทรี (TOKYO SKY TREE) บริเวณริมแม่น้ำสุมิดะ หอคอยโตเกียวสกายทรีเป็นหอส่งสัญญาณโทรคมนาคมที่สูงที่สุดในโลก มีความสูง 634 เมตร (ทำลายสถิติความสูงของหอกวางตุ้ง ในมณฑลกว่างโจว ซึ่งมีความสูง 600เมตร และหอซีเอ็น ทาวเวอร์ ในนครโทรอนโต ของแคนาดา มีความสูง 553 เมตร จากนั้นเพื่อเป็นการเอาใจเหล่านักSHOPAHOLIC พาตะลุยแหล่งอัพเดทเทรนด์ของชาวปลาดิบที่“ชินจูกุ”หรือ “ศูนย์กลางที่สองแห่งนคร”ย่านความเจริญอันดับหนึ่งของนครโตเกียวในปัจจุบันให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการจับจ่ายซื้อของจากร้านค้าต่างๆมากมายในย่านนี้เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า, กล้องถ่ายรูปMP–3, WALKMAN, CD–PLAYER, คอมพิวเตอร์, นาฬิกา, เสื้อผ้า และเครื่องสำอาง เป็นต้นไม่ว่าจะเป็น H&M, ZARA, ONITSUKA, BIGCAMERA, DON QUIJOTE, 100 YEN, ABC MART, BIG QLO, MUJI, COMME DES GARCON
ค่ำ
อิสระอาหารมื้อเย็น เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า และเลือกชิมร้านอร่อยที่ย่านชินจูกุเช่นร้าน ROBOT RESTAURANT, MOMO PARADIDE, ROKASEN, RAMEN ข้อสอบ นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOTEL NIKKO NARITA หรือเทียบเท่า

สี่ โตเกียว–อิสระช้อปปิ้งหรือเลือกซื้อทัวร์พิเศษ “โตเกียวดิสนีย์แลนด์”

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม(5) ท่านสามารถนั่งรถไฟเพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก อาทิเช่น ฮาราจูกุแหล่งรวมแฟชั่นวัยรุ่นอินเทรนด์อัพเดทของเมืองปลาดิบ ที่เชื่อมระหว่างสถานีJR HARAJUKU STATIONกับถนนสายหลักMEIJI DORI ถนนคนเดินที่เป็นสัญลักษณ์ของฮาราจูกุ สิ่งที่มีชื่อเสียงของย่านนี้ก็คือการแต่งตัวแฟชั่นแบบ COSPLAY ของวันรุ่นญี่ปุ่นแต่งตามการ์ตูนเรื่องต่างๆ • ถนนทาเคชิตะ ( TAKESHITA DORI)เป็นถนนเล็กๆ อยู่หน้าสถานีฮาราจูกุ ถนนสายนี้เป็นแหล่งรวมร้านค้าแฟชั่นวัยรุ่น เสื้อผ้าเครื่องประดับ เครื่องสำอาง ห้ามพลาดร้านเครปสไตล์ญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลก ตั้งอยู่ตรงกลางของถนนทาเคชิตะร้านที่มีชื่อเสียงคือ MARION CREPES ที่ถือว่าเป็นร้านเครปสไตล์ญี่ปุ่นอันเก่าแก่ที่เปิดบริการมานานที่สุดในญี่ปุ่น • ถนนโอโมเตะซานโดะ (OMOTESANDO) แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมและห้างสรรพสินค้าดัง - ห้างLAFORET HARAJUKUสูง 7 ชั้น ที่มีร้านเสื้อผ้ามากกว่า 150 ร้าน - OMOTOSANDO HILL ช้อปปิ้งมอลล์แหล่งรวมของแบรนด์ดังเช่น LOUIS VUITTON, CHANNEL, GUCCI, DIOR - KIDDYLAND ร้านขายสินค้าของเด็ก ที่มีทั้งเสื้อผ้า ของเล่น ขนม - ORIENTAL BAZZAR ร้านขายของที่ระลึก ชิบุย่า ได้รับฉายาว่าเป็น Shopping District แห่งโตเกียว และของญี่ปุ่น ที่โด่งดังไปทั่วโลก เป็นแหล่งรวมความบันเทิงหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าต่างๆ SHIBUYA109,TOKYO HANDที่ถือว่าเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุด, PARCO, LOFTสาขาชิบูย่าที่เต็มไปด้วยของเก๋ๆ และถนนที่จะเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังมากมาย อาทิ UNIQLO, UNITED ARROW, JOURNAL STAND, BATTING APE, ABC MART ชิบุย่า มีแยกที่เรียกได้ว่าวุ่นวายที่สุดในโลกเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมที่ใครๆ ก็ต้องแวะมา HACHIKO SQUARE ที่มีผู้คนพลุกพล่านข้ามถนนกันแทบจะ 24 ชม. เลยทีเดียว จุดไฮไลท์อีกจุดในย่านนี้ได้แก่รูปปั้นของ HACHIKOสุนัขผู้ซื่อสัตย์อันโด่งดังไปทั่วโลก SHISUI OUTLET สามารถช้อปได้ตั้งแต่เวลา 10:00 - 20:00 น. ช้อปปิ้งอย่างจุใจกับสินค้าแบรนด์เนมที่แหล่ง รวมสินค้านำเข้าและสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นโกอินเตอร์มากมาย เดินทางโดย Shuttle Bus จากสนามบินนาริตะ จะมี รถบัส Outlet Shuttle ออกจาก (Terminal 1) No.30 หรือ (Terminal 2) No.13 ตรงไปถึง SHISUI PREMIUM OUTLET ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีหรือจะเลือก เดินทางโดยรถไฟ JR จากสถานี JR Narita Station ไปลงที่สถานี JR Shisui Station แล้วขึ้นรถไปที่ SHISUI PREMIUM OUTLET ประมาณ 15 นาที โตเกียว ดิสนีย์แลนด์สวนสนุกขนาดใหญ่ในกรุงโตเกียว ที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตของ TOKYO DISNEY RESORT เขต URAYASU จังหวัด CHIBA ซึ่งมีพื้นที่ติดกับโตเกียว สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกอยู่ห่างจากสถานีโตเกียวประมาณ 15 นาทีโดยรถไฟ JRมาลงที่สถานี MAIHAMA และ TPKYO DISNEY STATION มีโซนต่างๆที่น่าสนใจ คือ เมืองลับแลสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ (LOST RIVER DELTA) ชายทะเลฝั่งอาหรับ (ARABIAN COAST) ทะเลสาบนางเงือก (MERMAID LAGOON) เกาะลึกลับ (MYSTERRIOUS ISLAND) ริมน้ำฝั่งอเมริกา (AMERICAN WATERFRONT) เมืองเรือแห่งการค้นพบ (PORT DISCOVERY) ท่าเรือเมดิเตอร์เรเนียน (MEDITERRANEAN HARBOR) เครื่องเล่นที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เช่น JOURNEY TO THE CENTER OF THE/ TOWER OF TERROR/ TEMPLE OF THE CRYSTAL SKULL/ RAGING SPIRITS ส่วนโซนที่เหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ที่ไม่รักความตื่นเต้นมากนัก เช่น 20,000 LEAGUES UNDER THE SEA/ AQUATOPIA/ STORM RIDERนอกจากนี้ยังมีส่วนการแสดง เช่น BRAVI SEAMOMERMAID LAGOON THEATER และโรงหนัง 3 มิติที่ขึ้นชื่ออย่าง THE MAGIC LAMP THEATER วิธีการเดินทางจากนาริตะเข้าสู่โตเกียว จากโรงแรมย่านนาริตะ เราสามารถนั่งรถShuttle Bus ของโรงแรมไปต่อรถที่สนามบินนาริตะเข้าสู่กลางเมืองโตเกียว โดยสามารถทำได้หลายวิธี อย่างเช่น รถไฟ รถโดยสารประจำทาง และ แท็กซี่ ในปัจจุบันวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมคือการนั่งรถไฟดังนั้น ขอแนะนำการเดินทางโดยรถไฟ ซึ่งสะดวกในการคำนวณระยะเวลาและจัดสรรตารางเดินทาง ท่ามกลางรถไฟที่มีอยู่หลายสาย รถไฟฟ้าที่ให้บริการจากสนามบินนาริตะเข้าเมืองโตเกียว มีอยู่หลักๆ 5 สายด้วยกัน ได้แก่ 1) Narita Express (N'EX) – เส้นสีแดงตามรูป เดินทางเข้าโตเกียวจากทางทิศใต้ ผ่านจิบะเข้าสถานีโตเกียว ใช้เวลา 53 นาที แล้วขบวนรถจะแยกเป็น 2 ตอนตามหมายเลขโบกี้ ส่วนแรกวิ่งขึ้นไปทางเหนือผ่าน Shinjuku,Omiya ส่วนหลังวิ่งไปทางYokohama, Totsuka,Ofunaค่ารถอยู่ที่2,940เยน – 4,180เยนรถไฟขบวน Narita Express วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้บริการจากหลายๆสถานีในโตเกียวและปริมณฑล ทุกขบวนจะวิ่งผ่านสถานีโตเกียว ซึ่งเป็นสถานีที่ขบวนรถจะเชื่อมต่อกันหรือแยกจากกัน ปกติแล้วขบวนที่มาจากโอฟุนะหรือโยะโกะฮะมะจะเชื่อมต่อกับขบวนที่มาจากชินจุกุ อิเคะบุคุโระ หรือโอมิยะ กลายเป็นขบวนเดียวกันวิ่งต่อไปจนถึงท่าอากาศยานนะริตะ (ผ่านทาง Sōbu Main Line และ สายนะริตะ) 2) รถไฟ JR เป็นรถไฟธรรมดา– เส้นสีเขียว ใช้เวลา 80 นาที เดินทางไปสถานี Tokyo ราคาประมาณ1,280เยน 3) Keisei Skyliner – เส้นสีน้ำเงิน รถด่วนของฝั่ง Keisei เดินทางจากสนามบินนานาชาตินาริตะ ผ่านสถานีนิปโปริ สุดปลายทางที่อุเอโนะ ใช้เวลาเพียง 41 นาที ค่าโดยสารประมาณ2,470 เยนKeisei Skylinerวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Skylinerมีรถออกทุกๆ 20 และ 40 นาที ในระหว่างช่วงเวลา 14.00-16.00 มีรถวิ่ง 3 เที่ยวต่อชั่วโมง กรณีใช้บริการ Keisei Line จะต้องลงที่สถานีนิปโปริ (Nippori) หรือไม่ก็สถานีอุเอโน่ (Ueno) ซึ่งทั้ง 2 สถานีนี้จะสามารถสามารถต่อรถไฟ JR (JR Yamanote Line ) ไปยังสถานีต่างๆในโตเกียวได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น Akihabara, Tokyo, Shinjuku, Shibuya,Ikebukuro 4) Access Express – เส้นสีส้ม เป็นรถด่วนพิเศษของสาย Keisei ปลายทางอยู่ที่สถานีอุเอโนะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ1,240เยน 5) Keisei main line – เส้นสีฟ้า เป็นรถไฟแบบด่วน (Rapid Service) วิ่งจากสนามบินไปสุดปลายทางที่ อุเอโนะ ใช้เวลาตั้งแต่ 60 – 90 นาที ค่าโดยสารประมาณ1,030 เยน นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOTEL NIKKO NARITA หรือเทียบเท่า

สนามบินนาริตะ – สนามบินดอนเมือง (กรุงเทพฯ)

เช้า
รับประทานอาหารเช้า (6)สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ “สนามบินนาริตะ”
10.00 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน SCOOT เที่ยวบินที่ TZ291 (บนเครื่องมีบริการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม) **ค่าทัวร์ไม่รวมอาหารบนเครื่อง**
13.50 น.
ถึง สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

เงื่อนไขเดินทาง

ราคานี้ยังไม่รวมค่าทิปไกด์+คนขับรถ ท่านละ 3,000 เยน / ท่าน

กรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วเดินทางภายในประเทศ หรือไฟล์ทต่อ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่บริษัทฯให้ทราบก่อนทำการออกตั๋ว มิฉะนั้นบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

ราคาทัวร์รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป–กลับตามเส้นทางที่ระบุในรายการ ไป–กลับพร้อมคณะ (ไม่สามารถเลื่อนวันเดินทางได้)
  2. ค่าภาษีสนามบิน ทุกแห่งที่มี // น้ำหนักกระเป๋าสัมภาระสายการบิน SCOOT ขาไปและขากลับ ท่านละ 20 กก.
  3. ค่าอาหาร ตามที่ระบุในรายการ // ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
  4. ค่าที่พักตามระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่าน  ตามโรงแรมที่ระบุ หรือเทียบเท่า
  5. ค่ารถรับ–ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ
  6. ค่าไกด์ท้องถิ่นนำท่านท่องเที่ยวตลอดรายการในต่างประเทศ
  7. ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง การชดเชยอุบัติเหตุส่วนบุคคลกรณีเสียชีวิตสูญเสียอวัยวะ สายตาหรือทุพพล

ภาพถาวรสิ้นเชิง1,000,000บาท / ค่ารักษาพยาบาลต่ออุบัติเหตุไม่เกิน 500,000  บาท(เงื่อนไขการชดเชยตามกรมธรรม์ที่บริษัทได้ทำไว้ )

 

ราคาทัวร์ไม่รวม

  1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าทำหนังสือเดินทาง, ค่าโทรศัพท์ส่วนตัว, ค่าซักรีด, มินิบาร์ในห้อง, รวมถึงค่าอาหาร และเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ(หากท่านต้องการสั่งเพิ่ม กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์แล้วจ่ายเพิ่มเองต่างหาก)
  2. ค่าทิปคนขับรถ และไกด์ท่านละ 4,000 เยน   ตลอดทริป ต่อ 1 ท่าน
  3. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัท หรือต้องการใบกำกับภาษี)
  4. ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ ที่หนักเกินสายการบินกำหนด (ปกติ 20 กก.)
  5. ค่าวีซ่าสำหรับพาสปอร์ตต่างด้าวในกรณีที่ไม่ใช่พาสปอร์ตไทย กรุณาเตรียมเอกสารคือ 1)พาสปอร์ต 2)ใบประจำตัวคนต่างด้าว 3)ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ 4)สำเนาทะเบียนบ้าน 5)สมุดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ 6)รูปถ่ายสี 2 นิ้ว 2 รูป แล้วทางบริษัทฯจะเป็นผู้ดำเนินการยื่นวีซ่าให้ท่านโดยจ่ายค่าบริการต่างหาก (สำหรับหนังสือเดินทางต่างด้าว เจ้าของหนังสือเดินทางต้องทำเรื่องแจ้งเข้า–ออกด้วยตนเองก่อนจะยื่นวีซ่า)ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับพาสปอร์ตต่างด้าว (ลูกค้าต้องเป็นผู้ชำระด้วยตนเอง)

 

เงื่อนไขการจองและการให้บริการ

  1. ในการจองครั้งแรก มัดจำท่านละ 10,000 บาท หรือ ชำระทั้งหมด
  2. ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 30 วัน กรณีที่ไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามเวลาที่กำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการบอกยกเลิกการเดินทาง
  3. การจองจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้ส่งแฟกซ์ หรือ อีเมล์ ใบจองทัวร์ให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย พร้อมกรอกรายชื่อของผู้เดินทางที่สะกดตรงตามหนังสือเดินทาง

 

การยกเลิกและคืนค่าทัวร์

เนื่องจากเป็นราคาตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่น เมื่อจองทัวร์ชำระเงินค่าจองค่าทัวร์แล้ว ไม่สามารถยกเลิก เลื่อน ขอคืนเงิน ได้ทุกกรณี  และ กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งกรุงเทพฯและในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศที่ระบุไว้ในรายการเดินทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าทัวร์ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น รวมถึง เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้วถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่งหรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจาคืนไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

 

รายละเอียดการซื้อที่นั่ง น้ำหนักกระเป๋า อาหารบนเครื่อง ของสายการบิน SCOOT AIRLINE

1.  กรณีท่านมีความประสงค์จะเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่ง (SCOOT BIZ/STRETCH SEAT/STANDARD SERT)

     จะมีรายละเอียดดังนี้

1.1 ที่นั่ง SCOOT BIZ สามารถเช็คที่ว่างและอัพที่นั่งได้ กับพนักงานต้อนรับบินเครื่องบิน ณ วันเดินทาง เท่านั้น

      โดยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ท่านละประมาณ 4,500 บาท ต่อคนต่อเที่ยวบิน (ท่านสามารถจองและชำระบนเครื่องกับ  พนักงานต้อนรับบินเครื่องบินได้เลย)

1.2  ที่นั่ง STRETCH SEAT / LONG LEG ในกรณีที่ต้องการระบุที่นั่ง จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 4,000 บาท (รวมไป-  กลับ)  ***ไม่อนุญาตให้เด็กต่ำกว่า 16 ปีและผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป***

 

1.3 ที่นั่ง STANDARD SEAT ในกรณีที่ต้องการระบุที่นั่ง จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 900 บาท (รวมไป-กลับ)

2.  กรณีซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม (จากปกติที่สายการบิน SCOOT กำหนดขาไป และขากลับท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัม)

       -  เพิ่ม 5 กิโลกรัม 500 บาท / เพิ่ม 10 กิโลกรัม 750 บาท / เพิ่ม 15 กิโลกรัม 1,000 บาท / เพิ่ม 20 กิโลกรัม 1,250 บาท

          (เป็นราคาต่อคน ต่อเที่ยวบิน)

3.  กรณีซื้ออาหารร้อนบนเครื่อง จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 900 บาท (รวมไป-กลับ)

4. กรณีต้องการใช้รถเข็น WHEELCHAIR จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 2,400 บาท (รวมไป-กลับ)

 

หมายเหตุ

  1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเลิกการเดินทางในกรณีที่จำนวนผู้เดินทางต่ำกว่า  35 ท่าน(ผู้ใหญ่)โดยบริษัทฯจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนการเดินทาง
  2. เที่ยวบิน ราคาและรายการท่องเที่ยว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  3. หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน และบริษัทฯ รับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น
  4. ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายใดๆทั้งสิ้น อันเนื่องมาจากเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล, การเมือง, ภัยธรรมชาติ (โดยบริษัทฯจะดำเนินการประสานงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า)
  5. ทางบริษัทฯสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงิน ในกรณีที่ท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ, ไม่ทานอาหารบางมื้อ เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทางบริษัทฯได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาขาดก่อนออกเดินทางแล้ว
  6. ทางบริษัทฯสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรม และ/หรือ เกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของตัวนักท่องเที่ยวเอง
  7. เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนกับทางบริษัทฯจะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆแล้ว ตามที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด
  8. บริษัทขอสงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น 

 

เรื่อง การยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2556

ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2556 และสามารถพำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ 15 วัน (หากผู้ยื่นประสงค์จะพำนักในประเทศญี่ปุ่นเกิน 15 วัน หรือไปทำงาน หรือมีวัตถุประสงค์อื่นๆ จะต้องยื่นขอวีซ่าตามปกติ)

 

เอกสารในขั้นตอนการตรวจเข้าเมืองเพื่อยืนยันการมีคุณสมบัติการเข้าประเทศญี่ปุ่น มีดังต่อไปนี้

1. ตั๋วเครื่องบินขาออกจากประเทศญี่ปุ่น (ในกรณีเดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ บริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการออกเอกสารดังกล่าว)

2. สิ่งที่ยืนยันว่าท่านสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ (เช่น เงินสด บัตรเครดิต เป็นต้น)

3. ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขติดต่อในระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น (เช่น คนรู้จัก โรงแรม และอื่นๆ)

(ในกรณีเดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ ทางบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการออกเอกสารดังกล่าว)

4. กำหนดการเดินทางระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น

(ในกรณีเดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ ทางบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการออกเอกสารดังกล่าว)

คุณสมบัติการเข้าประเทศญี่ปุ่น (สำหรับกรณีการเข้าประเทศญี่ปุ่นด้วยมาตรการยกเว้นวีซ่า)

1. หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลืออยู่มากกว่า 6 เดือนขึ้นไป

2. กิจกรรมใดๆ ที่จะกระทำในประเทศญี่ปุ่นจะต้องไม่เป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และเข้าข่ายคุณสมบัติการพำนักระยะสั้น

3. ในขั้นตอนการขอเข้าประเทศ จะต้องระบุระยะเวลาการพำนักไม่เกิน 15 วัน

4. เป็นผู้ที่ไม่มีประวัติการถูกส่งตัวกลับจากประเทศญี่ปุ่น มิได้อยู่ในระยะเวลาของการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ และไม่เข้าข่ายคุณสมบัติที่จะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ